นักผจญโค้ด (CODE HUNTER)

การสร้าง Drawer Menu & Hamburger Icon

เริ่มแรกเลย สร้างโปรเจคใหม่ขึ้นมา 
เจ้าของบล็อกขอตั้งชื่อว่า DrawerMenu เลยละกัน


เลือก Min SDK เวอร์ชั่น 15


เลือก Empty Activity


กด Finish ได้เลย


มาที่ไฟล์ activity_main.xml พิมพ์โคดตามด้านล่างนี้

เจ้าของบ็อกสร้าง DrawerLayout ครอบทุกสิ่งอย่าง 
และกำหนดไอดีให้มันว่า drawerLayout

สร้าง LinnearLayout สำหรับใช้ทำเมนู 
โดยเจ้าของบล็อกได้สร้าง Button ไว้สองตัวเพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพ

มาที่ไฟล์ MainActivity.java 
ประกาศตัวแปรชนิด DrawerLayout ขึ้นมาหนึ่งตัว 
และทำการ findViewById ให้เรียบร้อย
เมื่อลองรัน จะสามารถเลื่อนเมนูออกมาได้เเล้ว



ต่อมาเราจะใส่ปุ่ม Hamburger ให้กับแอพของเรา

ประกาศตัวแปรอีกตัว ชนิด ActionBarDrawerToggle
ทำการ new ActionBarDrawerToggle ส่ง 
Context , drawerLayout, ข้อความตอนเปิด และข้อความตอนปิด ให้มัน

ทำการผูก drawerLayout กับ Hamburger 
ด้วยคำสั่ง drawerLayout.setDrawerListner
และส่ง actionBarDrawerToggle ให้มันด้วย


ให้ทำการ Override method มา 3 ตัวด้วยกัน
onPostCreate, onConfigruationChanged, onOptionItemSelected

onPostCreate พิ่มพ์คำสั่ง actionBarDrawerToggle.synState();
onConfigruationChanged พิมพ์คำสั่ง actionBarDrawerToggle.onConfigruationChanged(newConfig); 
onOptionItemSelected ทำการเช็คว่าปุ่ม Hamburger ถูกกดหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ให้ return true กลับไป





Share:

ขั้นตอนการเปิด project ที่สร้างจาก android studio


เมื่อใดก็ตามที่ต้องการนำโปรเจคตัวอย่างมาทดลองทำตาม หรือนำโปรเจคที่พัฒนาแล้วไปเปิดกับคอมเครื่องอื่น สามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้
เปิดโปรแกรมขึ้นมา เลือกที่เมนู Open and existing Android Studio project

เลือกโฟลเดอร์ที่อยู่ของโปรเจคตัวอย่าง

เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยจ้า...


Share:

First Android Project การสร้าง project ใน Android Studio


หลังจากทำการติดตั้งเจ้า android studio เรียบร้อย ท่านผู้ผ่านที่ยังไม่ได้ติดตั้ง สามารถดูวิธีการติดตั้งได้ที่ ขั้นตอนการติดตั้ง Android Studio  

 เปิดโปรแกรม android studio เลือกที่เมนู Start a new Android Studio project


     - Application name ใส่ชื่อ project ของผู้ผ่าน
     - Company domain ใส่ชื่ออะไรก็ได้
     - Package names ถ้าไม่อยากได้ตามที่โปรแกรมสร้างให้ สามาถกด edit แล้วกำหนดเองได้

เลือก Minimum สำหรับ project แบบ Phone and Tablet ซึ่งหมายความว่า เครื่องมือถือที่มี android api ต่ำก่วาที่ผู้อ่านเลือกจะไม่สามารถใช้งานแอพของเราได้นั่นเอง


เลือกเป็น Empty Activity


     - Activity name ตั้งชื่อให้กับ Activity
     - Layout name   ตั้งชื่อให้กับ Layout 


 Android Studio ทำการสร้าง project ให้เรา


โปรเจคแรกสร้างเสร็จเรียบร้อย

Share:

ขั้นตอนการติดตั้ง Android Studio


1. เข้าไปโหลดได้ที่ website นี้ได้เลย http://developer.android.com/tools



2. การดาวโหลดเจ้า Android Studio มี 2 วิธีให้เลือก
     - วิธีแรกคือโหลดไฟล์ที่มีนามสกุล .exe มาติดตั้ง สำหรับ OS Windows
     - วิธีที่สองคือโหลดไฟล์ที่มีนามสกุล .zip มาใช้งานได้เลย เจ้าของบล็อกจะเลือกวิธีที่สอง เพราะสะดวกดี
    - เลือกเมนู Other Download Options



3. เลือกโหลด package ที่เป็น .zip


4.  เมื่อดาวโหลดเสร็จเรียบร้อย จะได้ไฟล์ .zip 


5.  ให้แตกไฟล์ .zip ออกมา



6. หลังจากแตกไฟล์ .zip ออกมาจะได้โฟลเดอร์ที่มีชื่อเดียวกับไฟล์ .zip เจ้าของบล็อกได้ทำการเปลี่ยนชื่อเป็น Android Studio เรียบร้อย


7.  เมื่อเข้าไปจะพบโฟลเดอร์เยอะแยะมากมาย ไม่ต้องสนใจ ให้เข้าไปที่โฟลเดอร์   bin  ได้เลย


8.  หลังจากเข้ามาแล้ว ให้เลื่อนหา Icon สีเขียวๆ   จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ตัว
          - ตัวที่ 1 สำหรับ windows 86x หรือ 32 bit
          - ตัวที่ 2 เป็นรูป icon ไม่ต้องสนใจปล่อยมันไป
          - ตัวที่ 3 สำหรับ windows 64x หรือ 64 bit 
    เลือกเอาที่สบายใจของผู้อ่านเลยคราบบบบ



9.  เมื่อเปิดโปรแกรมครั้งแรก จะต้องทำการกำหนดค่าเริ่มต้นให้เจ้าโปรแกรมนิดหน่อย 
     ถ้าใครเคยมีตัว setting ของเจ้าโปรแกรมตัวนี้แล้วก็ให้เลือก
         - I want to import my settings from a custom location
     ถ้าใครยังไม่เคยมีก็ให้เลือกตัวที่สองซึ่งเจ้าของบล็อกจะเลือกอันนี้
          - I do not have a previous version of Studio or I do not want to import my settings
      


10.  รอแปปปปปป กำลังโหลด


11.  อันนี้ก็รอ.....


12.  หลังจากรอมานานแสนสาน เจอหน้านี้ Next ได้เลยจ้า


13. หน้านี้จะมีให้เลือก
     - ถ้าไม่ต้องการแก้ไขอะไรก็เลือกแบบ standard ได้เลย ซึ่งเจ้าของบล็อกจะเลือกอันนี้แหละ 
     - ถ้าต้องการกำหนด them , path sdk ก็เลือกแบบ custom (จริงๆ สามารถกำหนดทีหลังได้) นะเออ...


14.  เสร้จแล้ววววว กดปุ่ม Finish สิคราบบ รอไรละ....


Share:

การตั้งค่า PATH JDK

หลังจากที่ทำการติดตั้ง JDK ในบทควาท ขั้นตอนการติดตั้ง JDK เรียบร้อยแล้ว 
จะยังไม่สามารถใช้งานเจ้า JDK  ได้
เราจะต้องตั้งค่า path เพื่อให้ OS รู้จักเจ้า JDK ซะก่อน มาเริ่มกันเลยดีกว่า

คลิกขวาที่  This PC หรือ My Computer ถ้า Window ที่ใช้อยู่เวอร์ชั่นต่ำกว่า 8


จะปรากฎ Detail ของคอม ให้ดูที่เมนูด้านซ้ายมือ 
มองหาและคลิกที่คำว่า Advanced system settings



เมื่อปรากฏหน้าต่างดังภาพด้านบน ให้เลื่อนไปที่แถบ Advanced 
มองหาคำว่า Environment Variables แล้วคลิกเข้าไปที่ปุ่มนั้น


หลังจากเข้ามาที่  Environment Variables แล้ว 
ส่วนของ System variables เราจะทำการสร้าง variable ใหม่
เพื่อใช้เก็บ path ของ JDK โดยเฉพาะ
โดยการคลิกที่ปุ่ม New

ช่อง Variable name ให้ตั้งชื่อว่า JAVA_HOME
ช่อง Variable value ให้กอป path ของ JDK ที่เราได้ติดตั้งไปก่อนหน้าที่ 
ดูได้จากบทความ ขั้นตอนการติดตั้ง JDK กดปุ่ม OK เราจะได้ path ของ JDK เรียบร้อย

จากนั้นให้มองหา variable ที่ชื่อว่า Path กดปุ่ม Edit หนึ่งครั้ง


จะปรากฏหน้าต่างดังภาพด้านบน 
เราจะทำการเพิ่ม คำสั่งบางอย่างลงไป โดยคลิกที่ปุ่ม New

จากนั้นให้พิมพ์ว่า %JAVA_HOME%\bin 
จะสังเกตว่าระหว่าง %....% จะเป็นชื่อที่เราได้สร้างเมื่อครู่นี้เอง 
ส่วน \bin จะเป็นการเรียกใช้งาน folder bin กดปุ่ม OK 
การตั้งค่า path JDK เป็นอันเสร็จเรียบร้อย


 ต่อมาเราจะทำการทดสอบว่า path ที่เราได้สร้างไปเมื่อกี้สามารถใช้งานได้จริงหรือไม่
โดยจะทดสอบผ่าน command prompt 
ให้เปิด command prompt หรือ cmd ขึ้นมา
ถ้าใน windows 8.1 เป็นต้นไป
สามารถคลิกขวาที่ปุ่ม start แล้วเลือก Command prompt ได้เลย

พิมพ์คำสั่ง java -version 
ระบบจะแสดง version ของ jdk ที่เราได้ติดตั้ง

พิมพ์คำสั่ง javac เพื่อทดสอบตัว compile ของจาวา 
ถ้าขึ้นเหมือนภาพด้านบนแสดงว่าติดตั้งเสร็จเรียบร้อย
Share:

ขั้นตอนการติดตั้ง JDK


ดาวโหลดไฟล์ที่ใช้ติดตั้งได้ที่ 

เลือกที่ Java Platform (JDK) 

เลือกโหลดให้ตรงตามรุ่นของ Os ที่ใช้งานอยู่


เมื่อดาวโหลดเสร็จเรียบร้อยแล้ว เริ่มการติดตั้งโดยDouble Click ที่ Icon



กดปุ่ม Next


กดปุ่มNext


แสดงสถานะการติดตั้ง


หน้าต่างแจ้งเตือนการติดตั้ง JRE กด change ถ้าต้องการเปลี่ยนแปลง path ติดตั้ง
จากนั้นกดปุ่ม Next


รอสักครู่


การติดตั้งเสร็จเรียบร้อย กด Close 

บทความต่อไปจะเป็นการตั้ง path JDK เพื่อให้สามารถใช้งานได้ 
โดยสามารถอ่านได้ที่ วิธีการตั้งค่า path JDK


Share:

Recent Posts

Popular Posts

About Me

About Me